F-1 Visa วีซ่านักเรียน

คำถามแรกเลยก็คือ เราจะเรียนอะไร

1. เรียนภาษาเพิ่มเติม สัก 1 ปี เรียนรู้วัฒนธรรม ลองใช้ชีวิตตางแดนสักพัก หาสิ่งใหม่ๆให้กับชีวิต การเลือกเรียนภาษา คอร์สสั้นๆ ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเราอาจไม่ต้องกังวลใจเรื่อง การสอบ TOEFL หรืออื่นๆ ส่วนมากโรงเรียนภาษาไม่ require คะแนน
2. เรียนต่อ ปริญญาโท หรือ เอก การวางแผนเกี่ยวกับ สาขา และที่เรียน ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ตามด้วย การสอบ TOEFL, GRE, GMAT ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสาขาที่เราจะเรียน

เรามาเริ่มกันที่การเรียนภาษาคอร์สสั้นๆกันก่อน

1. หา โรงเรียนที่เราต้องการ อาจมาจากคำแนะนำของเพื่อนๆ ญาติๆ หรือทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีหลายที่และหลากหลายราคา หรืออีกทางเลือกก็คือ โปรแกรมภาษาในมหาวิทยาลัยของอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่จะมีสถาบันสอนภาษาให้กับชาวต่างชาติอยู่แล้ว
2. หลังจาก ศึกษารายละเอียดต่างๆ จากทางสถาบัน ก็ต้องติดต่อดำเนินการเรื่อง การขอ I-20 เพื่อใช้เป็นเอกสารสำคัญในการขอ F-1 วีซ่า หรือวีซ่านักเรียนนั่นเอง
2.1 สิ่ง ที่ต้องใช้เป็นเอกสารในการขอ I-20 ก็คือ passport, Bank statement (แต่ละโรงเรียนจะ require minimum rate ที่ต่างกัน เช่น บางที่ในรัฐ California อาจมีเรทต่ำสุดอยู่ที่ 12,000-15,000 $) , transcript , application form ,ค่าสมัคร, และ ค่าธรรมเนียม การดำเนินการต่างๆ เช่น ค่า sevis fee(100$) เอกสารดังกล่าว เราสามารถแฟกซ์ส่งไปได้ หรือสแกนส่งผ่านอีเมล์ จะง่าย เร็ว และสะดวกกว่า
2.2 ขั้นตอนการขอ I-20 จะไม่ยุ่งยากมากนัก แต่เราต้องทำทุกอย่างอย่างรอบคอบ
3. เมื่อ โรงเรียนส่ง I-20 มาถึงมือเรา ซึ่งใช้เวลาประมาณไม่เกิน 2 สัปดาห์ จากนั้นก็เปิดอ่านรายละเอียดต่างๆ พร้อมเซ็นชื่อในเอกสารให้เรียบร้อย แล้วเก็บใส่ซองเพื่อไปขอวีซ่า จากนั้นทำการนัดวันสัมภาษณ์ หรืออาจทำระหว่างรอ I-20 ก็จะช่วยประหยัดเวลาลงอีกมาก ขั้นตอนการนัดสัมภาษณ์สามารถกลับไปอ่านได้ที่ ขั้นตอนการขอวีซ่าท่องเที่ยว

เอกสารที่ใช้ในการขอ F-1 วีซ่า มีดังนี้

1. DS160
2. Passport
3. Photo 2”x2”
3. 5,120 Baht Fee (update 1/8/2555)
7. I-20
8. Transcript
9. Bank Statement

ส่วนขั้นตอนการไปขอวีซ่าที่สถานฑูตจะเหมือนกับการขอวีซ่าท่องเที่ยวนั่นเอง ต่างกันเพียงเอกสารเท่านั้น

Comments

comments